สัญญาเช่าดำเนินงานคืออะไร เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ SMEs อย่างไร

สัญญาเช่าดำเนินงานคืออะไร เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ SMEs อย่างไร

สัญญาเช่าการเงิน (Financial Lease) ตาม TFRS 16 (ภาษาไทย) เรียกใหม่ว่า “สัญญาเช่าเงินทุน” ซึ่ง TFRS 16 นั้น จะช่วยให้ผู้เช่าได้รับรู้ทรัพย์สินที่เช่าจากสัญญาเช่าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์สิทธิการใช้และให้ทยอยตัดค่าเสื่อมราคา หรือจะเป็นตามอายุการเช่า รวมถึงให้รับเป็นหนี้สินควบคู่กันและบันทึกรับรู้ เป็นต้น ซึ่งดอกเบี้ยจะต้องจ่ายพร้อมทยอยตัดลดหนี้สินลงตามงวดที่ชำระ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า มุมมองการบัญชีด้านผู้เช่าของ TFRS 16 นั้น จะเป็นสัญญาเช่าแบบเดียว โดยไม่มีการแยกเป็นสัญญาเช่าการเงินและสัญญาเช่าดำเนินงานเหมือนเมื่อก่อน ดังนั้นจุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือเพื่อให้ผู้ใช้รายงานทางการเงิน โดยเฉพาะนักลงทุน นักวิเคราะห์ สามารถใช้ข้อมูลเปรียบเทียบกันได้ ผลการดำเนินงานและ Financial Ratios ต่างๆ สะท้อนมาจากการใช้สินทรัพย์และหนี้สินที่แสดงตามงบการเงินอย่างแท้จริง ซึ่งหากนำไปเปรียบเทียบของแต่เดิมแล้ว เราจะสามารถรับรู้ได้แค่ผลการดำเนินงานจากการใช้สินทรัพย์เท่านั้น ถึงแม้ว่าสินทรัพย์นั้นจะอยู่นอกงบการเงิน เพื่อให้สอดคล้องกับคำนิยามของสินทรัพย์ภายใต้การควบคุมของกิจการด้วย

ตัวอย่างเช่น เมื่อเราซื้อเครื่องจักรมาเพื่อใช้ในกิจการ 1 เครื่อง
ตามมาตรา 65 ตรี (5) กล่าวไว้ว่า หากเครื่องจักรเข้าเกณฑ์รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน จะไม่เหมารวมว่าเป็นรายจ่าย และมาดูที่มาตรา 65 ตรี (15) ห้ามนำค่าซื้อทรัพย์สินและรายจ่ายเกี่ยวกับการซื้อหรือการขายทรัพย์สินในส่วนที่เกินปกติโดยไม่มีเหตุผลสมควร

และเมื่อต้องมองเป็นการลงทุนเท่านั้น ให้เรากลับมานั่งดูเงื่อนไขตามมาตรา 65 ทวิ (3) ซึ่งในนั้นจะบอกถึงราคาทรัพย์สินอื่น นอกเหนือจากสินค้าให้ถือตามราคาที่พึงซื้อทรัพย์สินนั้นได้ตามปกติ
นอกจากนี้ มาตรา 65 ทวิ (2) ได้เขียนบอกเราไว้อีกว่า ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินนั้นให้หักได้ตามหลักเกณฑ์ โดยใช้วิธีการ เงื่อนไขและอัตราที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา รวมถึงกำหนดไว้ด้วยว่า การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาดังกล่าว ให้คำนวณหักตามส่วนเฉลี่ยแห่งระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินนั้น ตามหลักพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 145 นั้นด้วย

ดังนั้นด้วยหลักที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น เราจะสามารถรับสินทรัพย์จากการลงทุนและตัดค่าเสื่อมราคาได้ และที่สำคัญเลย คือ หลักเกณฑ์ส่วนใหญ่นั้นจะเหมือนกับบัญชี ทำให้หลายกรณีเราไม่จำเป็นต้องปรับปรุงทางภาษีก็ได้

เช็กว่า ทรัพย์สินเข้าลักษณะรายจ่ายเพื่อการลงทุนหรือไม่

นอกจากนี้ อย่าลืมเช็กดีๆ ว่าข้อเท็จจริงทางธุรกิจการค้าของเรา เมื่อประกอบกับหลักกฎหมาย (Legal) แล้ว จะเป็นสัญญาเช่าทางการเงิน หรือสัญญาเช่าดำเนินงาน (สัญญาเช่าธรรมดา) ที่เราตั้งเป็นประเด็นขึ้นมานั้น เป็นการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่เข้าลักษณะรายจ่ายเพื่อการลงทุนหรือไม่ และแน่นอนว่าประเด็นนี้มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาไว้ สัญญาเช่าทรัพย์แบบลิสซิ่งที่มีข้อความและรายละเอียด ดังนี้
สัญญาเช่าทรัพย์ตามป.พ.พ. แต่ไม่มีข้อความตอนใดที่แสดงให้เห็นว่าคู่สัญญาได้ตกลงเช่า หรือซื้อทรัพย์สินที่เช่า และไม่ปรากฏถึงค่าเช่าที่ชำระ จะต้องให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของราคาทรัพย์สินที่เช่า แม้จะมีข้อตกลงเพียงคำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนี้ให้ผู้เช่า หากผู้เช่าประสงค์จะซื้อในอนาคตโดยเสนอราคาขายไว้ล่วงหน้าแล้วก็ตาม

สัญญาเช่าแบบทรัพย์สินแบบลิสซิ่งนี้ จึงเป็นสัญญาเช่าทรัพย์ตามป.พ.พ. มาตรา 537 [คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5959/2544] ซึ่งสรุปได้ว่าทรัพย์สินตามสัญญาเช่า ไม่ว่าจะเข้าลักษณะสัญญาเช่าการเงินหรือสัญญาเช่าดำเนินงาน ในทางกฎหมายจะถือเป็นการเช่าทรัพย์

หลักเกณฑ์การรับรู้รายได้และรายจ่ายได้
และเราก็เดินทางมาถึงประเด็นที่ว่าด้วยการเช่าทรัพย์ คือ เมื่อเป็นการเช่าทรัพย์แล้ว หากเราอยากรับรู้ค่าเช่าหรือค่างวด เป็นรายจ่ายได้เพราะอะไร เราจะพาทุกคนกลับไปดูหลักเกณฑ์การรับรู้รายได้และรายจ่ายได้ ดังนี้

“คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528 (แก้ไขโดย ท.ป.299/2561) ข้อ 3.4 วรรคสอง การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้เช่าทรัพย์สิน ให้ใช้เกณฑ์สิทธิตามข้อ 2 โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ต้องนำรายจ่ายค่าเช่าหรือค่างวดและรายจ่ายที่เกี่ยวข้องมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ตามส่วนแห่งระยะเวลาการเช่าทรัพย์สิน หรือตามเกณฑ์อื่นที่เหมาะสมตามวิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไป”

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เราจะสามารถสังเกตได้เลยว่า “บัญชีเปลี่ยนแต่กฎหมายไม่ได้เปลี่ยน” ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า ทางภาษีอากรนั้นให้รับรู้ค่าเช่า หรือค่างวดเป็นรายจ่ายในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีนั้นๆ โดยไม่สามารถรับเป็นสินทรัพย์แบบทางบัญชีได้ ซึ่งหากให้อธิบายได้อย่างเข้าใจง่ายๆ เลยก็คือ นักบัญชีต้องทำเพิ่มส่วนนี้ขึ้นอีก 2 รอบ โดยรอบแรกคือ กวาดสัญญาเช่าทั้งหมดที่เข้าเกณฑ์มาลงบัญชี ตามมาด้วยรอบ 2 คือ ห้ามลืมปรับรายการคำนวณกำไรขาดทุนทางภาษีเด็ดขาด! ซึ่งทำได้โดยหยิบเอาค่าเสื่อมราคา, ดอกเบี้ยของสัญญาเช่าออก และเอาค่าเช่ากลับเข้าเป็นรายจ่ายเหมือนเดิม เพียงแค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งเราหวังว่าบทความนี้ จะเป็นแนวทางให้แก่บุคคลที่คิดจะลงทุนกับเรื่องนี้ ได้เข้าใจในแง่ของกฎหมายมากขึ้น!

ติดต่อเรา

@accountpro line qr code

LINE ID : @accountpro

สาขารัชดา (สำนักงานใหญ่): 

129/1 อาคารรัชดาออร์คิด ซอยหัสดีเสวี ถนนสุทธิสาร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

ให้เราติดต่อกลับ

Copyright © 2020 Accountpro plus Co., Ltd. All rights reserved.