ภาษี SMEs 2564 ฉบับเข้าใจง่าย รู้ไว้ก่อนเริ่มลงมือ!

ภาษี SMEs 2564 ฉบับเข้าใจง่าย รู้ไว้ก่อนเริ่มลงมือ!

ก่อนการจะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ สิ่งที่ควรจะให้ความสำคัญคือการเลือกจดทะเบียนธุรกิจแบบธรรมดา หรือนิติบุคลล เนื่องจากทั้ง 2 รูปแบบมีความแตกต่างกัน เพราะจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งเรื่องที่จะเป็นกังวลกันมากในเรื่องของการเสียภาษี 

 

ธุรกิจในรูปแบบ ‘บุคคลธรรมดา’

เป็นธุรกิจที่มีขนาดเล็ก เจ้าของเป็นผู้ลงทุนเพียงคนเดียว หรือเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียน ที่มีตั้งแต่ 2 บุคคลขึ้นไป ที่มีการตกลงทำธุรกิจร่วมกันและแบ่งผลประโยชน์ ในการทำบัญชีจะต้องมีการทำรายงาน รายได้ รายจ่าย ผลกำไร หรือขาดทุน จากการดำเนินการธุรกิจ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอสินเชื่อ และยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคลธรรมดา มีหลักการดังต่อไปนี้

  • บุคคลธรรมดา
  • ผู้ที่ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี
  • กองมรดกที่ไม่ได้แบ่ง
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญ
  • คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคลล

บุคคลเหล่านี้ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) : ภาษีเงินได้ 40 (5-8) ภายในเดือนกันยายน และ ภ.ง.ด 90/91 : ภายใน 31 มีนาคม ของปีถัดไป

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะมีอัตราเสียภาษีสูงสุดที่ 35% โดยการคำนวณภาษีมี 2 วิธี

  1. เงินได้สุทธิ x อัตราภาษีก้าวหน้า (เงินได้สุทธิ = รายได้ – รายจ่าย – ค่าลดหย่อน)
  2. รายได้นอกเหนือจากเงินเดือน หรือค่าจ้างแรงงานก่อนหักค่าใช้จ่าย x 0.5% 

ทั้งนี้ หากคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 แล้วไม่เกิน 5,000 บาท ให้เสียภาษีตามวิธีที่ 1!

ธุรกิจในรูปแบบ ‘นิติบุคคล’

เป็นธุรกิจที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคลคลเดียว จะมีทั้งห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคลคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด โดยในการทำบัญชีจะต้องทำตามรูปแบบมาตรฐานของบัญชี เพราะในการจดทะเบียนแบบนิติบุคคลจะได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่า ในการเสียภาษีจะต่ำกว่าบุคคลธรรมดาหากมีกำไรในการประกอบธุรกิจสูง การยื่นแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล มีหลักการดังต่อไปนี้

-ผู้มีหน้าที่เสียภาษี : “ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล” ม.39

– รอบระยะเวลาบัญชี (ระยะเวลา 12 เดือน)

– การยื่นแบบภาษีประจำปี: ภงด. 50/ ชำระภาษี 150 วัน

– การยื่นแบบภาษีครึ่งปี: ภงด.51/ ชำระภาษี 2 เดือน

– เกณฑ์สิทธิ: ม.65 ว.2 และ ทป.1/2528

– ฐานภาษี: กำไรสุทธิ (รายได้ – รายจ่าย )

– ม.65 ทวิ: เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิ

– ม.65 ตรี: รายจ่ายต้องห้าม, รายจ่ายที่หักได้เพิ่มจากปกติ

– อัตราภาษี : 20 % (ทั่วไป)

การคำนวณกำไรสุทธิ

รายได้-รายจ่าย = กำไรสุทธิ x อัตราภาษีเงินได้

แต่ทั้งนี้เงื่อนไขในการคำนวณกำไรสุทธิ ต้องคำนวณจากรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการ หักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ใน ม. 65 ทวิ และ 65 ตรี ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยนำรายได้ที่เกิดขึ้นแม้ว่ายังไม่ได้รับชำระมารวมเป็นรายได้ และให้นำรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับรายได้ แม้ว่ายังไม่ได้จ่าย มารวมคำนวณเป็นรายจ่าย ขออนุมัติอธิบดีเพื่อเปลี่ยนแปลงเกณฑ์สิทธิและวิธีการทางบัญชี เพื่อคำนวณรายได้และรายจ่ายได้

ซึ่งผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากการประกอบการธุรกิจแบบบุคคลธรรมดา เพราะในการจดทะเบียน ไม่ยุ่งยาก ต้นทุนต่ำ นอกจากนี้ยังไม่ต้องทำบัญชีตามมาตรฐาน และถ้าต้องการเลิกกิจการก็ไม่ยุ่งยากเหมือนนิติบุคคล หากเปรียบเทียบระหว่างอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคลล จะเห็นได้ชัดเจนว่าการทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลเสียภาษีถูกกว่าถึง 15%

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมอย่าง SMEs จะได้รับสิทธิยกเว้นในกรณีพิเศษ โดยในปัจจุบัน ธุรกิจ SMEs ที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท และทุนชำระไม่เกิน 5 ล้านบาท จะได้รับสิทธิยกเว้นกำไร 300,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี!! ส่วนกำไรที่เกิน 300,000 บาท ยกเว้น/ลดหย่อนภาษีในลักษณะขั้นบันไดสูงสุดไม่เกิน 20%

การหักค่าใช้จ่าย  

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จดทะเบียนนิติบุคคลสามารถนำรายการค่าใช้จ่ายบางประเภทมาหักค่าใช้จ่ายจริงได้ เช่น การจ้างผู้สูงอายุทำงาน, การจ้างนักศึกษาทำบัญชี หักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า การทำวิจัยและพัฒนา หักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า การลงทุนซื้อเครื่องจักร หักค่าใช้จ่ายได้ 1.5 เท่า แต่ไม่สามารถนำรายจ่ายที่เป็นรายจ่ายส่วนตัว ความเสน่หา หรือ การกุศลมาหักค่าใช้จ่ายได้ แต่การบริจาคให้แก่พรรคการเมือง ให้หักได้ไม่เกิน 50,000 บาท ถือเป็นข้อยกเว้น

การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในอัตราเร่ง

สามารถหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินบางประเภทในอัตราเร่งได้ แต่ต้องนับจากวันที่ซื้อสินทรัพย์มา เช่น อาคารชั่วคราว หักได้ 100% เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ โรงงาน หักได้ 40% (สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทรัพย์สินถาวรไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาทและจ้างงานไม่เกิน 200 คน)

แน่นอนว่าการดำเนินธุรกิจต้องมีการทดลองผิดและถูก มักจะมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่เสมอ รวมไปถึงการเสียภาษีแต่ละประเภท หรือแม้แต่การจดทะเบียนธุรกิจ แต่หากเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับระบบบัญชีและการวางแผนภาษีขึ้น ควรที่จะขอคำปรึกษาจากหน่วยงานรัฐอย่างกรมสรรพากรโดยตรง เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขที่ถูกต้อง ตรงจุดที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่ส่งผลต่อการทำธุรกิจในระยะยาว!!

เครดิต: http://www.rd.go.th/publish/seminar/Seminar_190422.pdf

ติดต่อเรา

@accountpro line qr code

LINE ID : @accountpro

สาขารัชดา (สำนักงานใหญ่): 

129/1 อาคารรัชดาออร์คิด ซอยหัสดีเสวี ถนนสุทธิสาร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

ให้เราติดต่อกลับ

Copyright © 2020 Accountpro plus Co., Ltd. All rights reserved.