ภาษีมูลค่าเพิ่ม คืออะไร มีกี่ประเภท แล้วใครเป็นคนจ่าย

มีกี่ประเภท แล้วใครเป็นคนจ่าย

นักธุรกิจหน้าใหม่ต้องรู้! ภาษีมูลค่าเพิ่มกับการโอนถ่ายคะแนนสะสม

การจะทำธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้มีแค่การนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย ทำการตลาด และกระจายสินค้าออกไปแบบเมื่อก่อนแล้ว เพราะหลังจากที่คุณนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายหรือเปิดร้านบริการต่างๆ แล้ว คุณต้องรู้ข้อปฏิบัติในการชำระภาษี ตรวจสอบบัญชี วางแผนภาษี คืนภาษีต่างๆ และทุกวันนี้ก็มีหลากหลายช่องทางที่คอยให้ความรู้ในเรื่องภาษีต่างๆ อยู่มากมาย หรือหากคุณไม่มีเวลาที่จะศึกษาด้วยตัวเองก็สามารถจ้างวานนักบัญชีมืออาชีพที่คอยให้คำอธิบาย ช่วยวางแผนการเงินรวมถึงการวางแผนภาษีในแต่ละปีที่คุณจะต้องจ่ายได้อีกด้วย เรียกได้ว่าสะดวกสบายไม่ต้องคิดเองให้ปวดสมอง แต่วันนี้เรานำข้อมูลเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มกับการโอนขายคะแนนสะสมระหว่างผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจต่างๆ มาฝากกัน

ประเทศไทยเริ่มนำภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?

ประเทศไทยเริ่มมีการนำภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้ตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งรวมเวลาทั้งสินนับเป็นเวลา 27 กว่าปีมาแล้ว ภาษีมูลค่าเพิ่มนับเป็นการจัดเก็บจากกิจการค้าขายสินค้าหรือการให้บริการต่างๆ โดยผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าต้องเป็นคนชำระตามกฎหมาย ซึ่งมันตรงกับคำที่บอกกันมาว่า “สินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม” และแน่นอนว่าการจำกัดความต่างๆ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะหากคุณตีความผิดหรือคิดไปเองโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำในเรื่องตรวจสอบบัญชี วางแผนภาษี คืนภาษี ฯลฯ อาจจะมีการคำนวณการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผิดพลาดได้ หรือหากตีความว่าไม่ใช่สินค้าหรือบริการก็จะไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วถ้าผู้ประกอบการนำไปเสียภาษีมูลค่าเพิ่มต้องมีการออกใบกำกับภาษีรวมถึงมีการนำไปใช้เป็นภาษี ซึ่งก็จะมีเบี้ยปรับเงินเพิ่มขึ้นอีก ฉะนั้นทางที่ดีคุณควรหาผู้ที่มีความรู้ทางด้านนี้มาให้คำปรึกษาก่อนที่จะทำการชำระหรือตัดสินใจต่างๆ ในเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเอง

กรมสรรพกรมีหลักการหรือแนวคิดอย่างไร?

สำหรับธุรกรรมที่ไม่เข้าข่ายว่าเป็นการขายสินค้าหรือให้บริการ

1.บริษัทขายบัตรเงินสดให้ลูกค้าล่วงหน้าและลูกค้ามีอิสระที่จะนำไปใช้แทนเงินสด
ในการเลือกซื้อสินค้าชนิดใดก็ได้ ในขั้นตอนขณะที่บริษัทขายบัตรเงินสดให้ลูกค้า เปรียบเสมือนสิ่งที่ใช้แทนเงินสด ยังไม่ถือเป็นการขายสินค้าหรือบริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (กค 0702/5563 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2553)

2.บริษัทตัวแทนจำหน่ายได้ซื้อบัตรเงินสดจากบริษัทผู้ออกบัตรและนำไปจำหน่ายต่อให้แก่ลูกค้ารายย่อย และลูกค้ารายย่อยได้นำไปจำหน่ายต่อให้แก่ผู้ใช้บัตร
การที่บริษัทตัวแทนจำหน่ายบัตรเงินสดให้แก่ลูกค้ารายย่อยมิใช่เป็นการขายสินค้าหรือบริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (กค 0706/6895 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2549)

ช่องว่างที่เกิดขึ้นในข้อกฎหมายเรื่องภาษี มีผลอย่างไรในปัจจุบัน

และแน่นอนว่าในปัจจุบันโลกมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง หลากหลายธุรกิจเติบโตและมีอีกหลายธุรกิจที่เกิดขึ้นมาใหม่ตามความต้องการปัจจัยของคนในยุคปัจจุบัน และนั่นเองเป็นจุดที่ทำให้ข้อกฎหมายและแนวความคิด รวมถึงการตรวจสอบของกรมสรรพากรไม่ครอบคลุม มีความไม่ชัดเจนเกิดขึ้น จนมีหลายๆ คนที่หัวหมอใช้ช่องว่างตรงนี้ทำการหลบเลี่ยงการชำระภาษี ซึ่งหากโดนตรวจสอบย้อนหลังอาจจะทำให้หมดตัวเลยก็ว่าได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ ธุรกรรมที่ทางผู้ประกอบการไม่ได้ตั้งใจจะหากินกับช่องว่างตรงนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะจัดการได้อย่างไร เพราะตามที่กล่าวไปข้างต้น โลกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนทำให้แนวทางของกรมสรรพากรที่เคยวางไว้ยังไม่ชัดเจน ธุรกรรมหนึ่งนั้นได้แก่การออกคะแนนสะสมให้แก่ลูกค้าของผู้ประกอบการในธุรกิจต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร โทรศัพท์เคลื่อนที่ สถานีจำหน่ายน้ำมัน หรือสายการบินที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน

ความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้น สภาวิชาชีพบัญชีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ!

สภาวิชาชีพบัญชีก็ไม่ได้จะปล่อยปละละเลยปัญหาที่เกิดขึ้น และยังมองเห็นถึงความยากลำบากในการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายภาษีของสมาชิก จึงได้ประชุมหาทางออกเพื่อให้ได้แนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยให้กรมสรรพากรมีคำตอบแนวทางที่ชัดเจนตามหนังสือสรรพากรที่ กด 0702/7655 ลงวันที่ 28 กันยายน 2561 โดยสรุปคือ

1.การจ่ายเงินค่าแลกคะแนนสะสมให้ลูกค้าระหว่างผู้ให้คะแนนสะสมสองรายไม่เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาระภาษีมูลค่าเพิ่มจะเกิดขึ้นเมื่อลูกค้านำคะแนนสะสมมาแลกซื้อสินค้าหรือบริการ

2.การขายคะแนนสะสมให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่นนำไปให้ลูกค้า เพื่อสะสมคะแนนนำไปใช้สิทธิ์ซื้อสินค้าหรือบริการหรือร่วมกิจกรรมต่างๆ ตามที่ผู้ขายคะแนนกำหนด คะแนนสะสมดังกล่าวมีมูลค่าเทียบเท่าเงินสดเพื่อนำไปใช้ซื้อสินค้าหรือบริการ กรณีดังกล่าวไม่ถือเป็นการขายสินค้าหรือบริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

ซึ่งรายละเอียดต่างๆ จะมีอยู่ในเว็บไซต์ของกรมสรรพากร หรือหากคุณยังไม่เข้าใจว่าต้องปฏิบัติอย่างไร ควรหานักบัญชีที่มีความรู้ทางด้านนี้โดยเฉพาะมาให้ความรู้ และชี้นำแนวทางให้ได้อย่างตรงจุด อีกทั้งยังสามารถให้นักบัญชีมืออาชีพช่วยในเรื่องการตรวจสอบบัญชี วางแผนภาษี คืนภาษี เพราะหากเกิดความเข้าใจผิดในรายละเอียดต่างๆ คงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่คุณจะต้องมาดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ตามมา ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไร ผลลัพธ์จะได้กำไรหรือขาดทุน แต่สิ่งที่ต้องพึงทำอย่างเคร่งครัดคือการศึกษากฎข้อบังคับของกรมสรรพากร เพื่อในอนาคตการทำธุรกิจของคุณจะได้ไม่มีปัญหาตามมาทีหลังให้ปวดหัวอย่างไรล่ะ

ติดต่อเรา

@accountpro line qr code

LINE ID : @accountpro

สาขารัชดา (สำนักงานใหญ่): 

129/1 อาคารรัชดาออร์คิด ซอยหัสดีเสวี ถนนสุทธิสาร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

ให้เราติดต่อกลับ

Copyright © 2020 Accountpro plus Co., Ltd. All rights reserved.