ภาษีต้องห้ามคืออะไร มีอะไรบ้าง และ SMEs จะวางแผนอย่างไร

ภาษีต้องห้ามคืออะไร มีอะไรบ้าง และSMEs จะวางแผนอย่างไร

ในการคำนวณเรื่องภาษีเงินได้นั้น สำหรับคนทำบัญชี เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องทราบข้อมูลพวกนี้ไว้คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยจะต้องบวกกลับในแบบแสดง รายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งจะมีรายการใดบ้างที่ถือเป็นภาษีต้องห้าม หรือไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณหากำไรสุทธิ คนทำบัญชีอย่างเราต้องรู้!

ภาษีต้องห้ามคืออะไร?

ภาษีซื้อต้องห้ามก็คือ ภาษีซื้อตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เกิดจากการซื้อหรือจ่ายชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการ แต่มีลักษณะที่กฎหมายห้ามไม่ให้นำไปหักกับภาษีขาย เพื่อใช้ในการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือเรียกว่า “ภาษีซื้อขอคืนไม่ได้”

รายจ่ายใดบ้างที่ถือว่าลงรายจ่ายทางภาษีได้

– เงินเดือนพนักงาน
– ค่าใช้จ่ายสำนักงานในการบริหารงาน
– รายจ่ายในการขาย
– รายจ่ายส่งเสริมการขาย
– รายจ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
– ค่าตอบแทนกรรมการ
– ค่าพาหนะ
– รายจ่ายในการเดินทาง
– ค่าที่พัก
– ค่าระวาง
– ค่าขนส่ง
– ค่าซ่อมแซม
– ค่านายหน้า
– ค่าโฆษณา
– ค่าทำบัญชี
– ค่าสอบบัญชี
– ค่าธรรมเนียมในการแนะนำและปรึกษา

ซึ่งถ้ารายจ่ายดังกล่าวได้จ่ายไปเกินสมควรเกินกว่าความจำเป็นแก่กิจการ รายจ่ายส่วนที่จ่ายเกินไปอาจเป็นรายจ่ายต้องห้ามได้ ซึ่งรายจ่ายที่สมควรแก่กิจการจะมีขอบเขตแค่ไหน จะขึ้นอยู่กับลักษณะของรายจ่าย หลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายอีกทีหนึ่ง

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทางบริษัทจะต้องใช้การพิจารณาในส่วนนี้อย่างถี่ถ้วนว่ารายจ่ายที่จ่ายไปเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะอันเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร

ภาษีต้องห้ามมีอะไรบ้าง

– เงินเดือนที่จ่ายสูงเกินไป
– ค่าตอบแทนกรรมการที่กำหนดจ่ายเกินกว่าความจำเป็น
– ค่ารับรองส่วนที่จ่ายไปเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
– ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระแต่ละเดือนภาษี

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นต่อนักบัญชีที่จะต้องวางแผนเกี่ยวกับรายจ่ายให้เหมาะสม เพราะถ้าหากเป็นรายจ่ายที่จ่ายไปโดยเกินสมควร จะถูกมองว่าเป็นรายจ่ายต้องห้ามทันที เพราะเนื่องจากในทางกฎหมายจะมองว่ารายจ่ายเหล่านี้คือสิ่งที่บริษัทรับรู้และทราบเรื่องดีอยู่แล้ว เมื่อถูกเรียกตรวจสอบ จึงจำเป็นที่จะต้องแจ้งต่อพนักงานหรือผู้ตรวจสอบได้อย่างเหมาะสมและเป็นไปตามข้อเท็จจริง

วิธีการพิจารณาว่าเป็นภาษีต้องห้ามหรือไม่

1. เป็นรายจ่ายที่จ่ายตามข้อผูกพันหรือไม่ เช่น จ่ายสัญญาข้อตกลง ระเบียบสวัสดิการ นายจ้างลูกจ้าง ความผูกพันทางกฎหมาย ส่งเสริมการขาย
2. เป็นรายจ่ายดังกล่าวเพื่อหากำไรหรือเพื่อประโยชน์แก่กิจการโดยเฉพาะหรือไม่
3. รายจ่ายดังกล่าวเกินสมควรหรือไม่
4. มีหลักฐานพิสูจน์ตัวผู้รับได้หรือไม่
5. ไม่มีใบกำกับภาษี หรือไม่สามารถแสดงใบกำกับภาษีได้
6. ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ใบกำกับภาษีที่นำมาหักได้ ต้องเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูป และต้องมีข้อมูลสำคัญตามที่กฎหมายกำหนด
7. ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการ ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ เพื่อหากำไร หรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ แม้มีใบกำกับภาษีถูกต้องสมบูรณ์ก็นำไปหักจากภาษีขายเพื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้
8. ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายค่ารับรอง หรือค่าบริการ หรือค่าสิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใดที่ให้แก่บุคคลใดๆ ไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ต่อกิจการหรือไม่ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่ามหรสพ ค่าใช้จ่ายเพื่อการกีฬา และค่าใช้จ่ายอื่นในทำนองเดียวกัน

และนี่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำหรับภาษีต้องห้ามที่เราเหล่านักบัญชีจะต้องรู้ เพื่อสามารถยื่นเรื่องทำภาษีได้แบบถูกต้องและไม่เสียเวลาโดนเรียกตรวจสอบตามมาในภายหลังนั่นเอง

ติดต่อเรา

@accountpro line qr code

LINE ID : @accountpro

สาขารัชดา (สำนักงานใหญ่): 

129/1 อาคารรัชดาออร์คิด ซอยหัสดีเสวี ถนนสุทธิสาร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

ให้เราติดต่อกลับ

Copyright © 2020 Accountpro plus Co., Ltd. All rights reserved.