ตัดหนี้สูญอย่างไร นำเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ตัวอย่าง ฉบับเข้าใจง่าย

ตัดหนี้สูญอย่างไร นำเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ตัวอย่าง ฉบับเข้าใจง่าย

เกริ่นนำหัวข้อมาแบบนี้เชื่อว่าหลายๆ คนที่เป็นนักทำบัญชีเองก็ดี หรือไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบกิจการก็ตาม คงอยากรู้ถึงความเป็นมาเป็นไปในการตัดหนี้สูญภาคที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์จริงกันแล้วใช่มั้ยล่ะว่าเป็นยังไง แต่ก่อนที่จะไปดูนั้น เราขออธิบายถึงที่มา และความเป็นไปในความหมายของการตัดหนี้สูญภาคว่าคืออะไร

หนี้สูญคืออะไร

ปกติแล้วคำว่า ‘หนี้สูญ’ คือหนี้ก้อนที่ลูกหนี้ในการค้าของกิจการที่เป็นผลพวงมาจากการที่กิจการให้เครดิต (Credit Term) กับลูกค้า แต่ลูกค้ากลับไม่สามารถชำระหนี้คืนให้กับกิจการได้ และถ้าหากมีการทวงถามหนี้จนถึงวาระแล้ว แต่ลูกหนี้ไม่สามารถจ่ายหนี้ก้อนนั้นได้ ก็จะกลายเป็นหนี้สูญ แต่พอถึงขั้นตอนนี้แล้วก็จะมีการตัดจำนวนที่เป็นหนี้นั้นออกจากบัญชี ซึ่งตรงนี้เรียกว่า การตัดหนี้สูญนั่นเอง

ตามมาดูตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในการตัดหนี้สูญกัน

*เรื่องนี้ดำเนินการยืดระยะเวลายาวนานมามากกว่า 6 ปี*

เหตุการณ์นี้อ้างอิงจากประสบการณ์ในการทำงานในฐานะผู้รับทำบัญชีในวงการวิชาชีพบัญชี (ประสบการณ์มากกว่า 30 ปี) โดยเรื่องมีอยู่ว่ามีลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งขอใช้นามสมมุติว่าบริษัท A ตั้งบริษัทอยู่ในพื้นที่เขตปริมณฑล โดยกิจการเป็นโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปโภคภัณฑ์ ซึ่งมีชาวต่างชาติสัญชาติจีน-ไต้หวันเป็นเจ้าของกิจการ ต่อมาบริษัท A ได้ทำการปิดงวดบัญชีรอบปี พ.ศ. 2549 ผลปรากฏว่ากิจการมีลูกหนี้การค้ารายใหญ่อยู่รายหนึ่งนามสมมุติบริษัท B ตั้งบริษัทอยู่ในพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรมที่ชลบุรี มีชาวต่างชาติชาวสิงคโปร์เป็นเจ้าของกิจการ

บริษัท B เป็นโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศอเมริกา ทั้งสองบริษัททำการค้าร่วมกันมาเป็นระยะเวลานาน บริษัท A จึงให้เครดิตการค้าแก่บริษัท B เป็นจำนวนเงินที่สูงมาก วันสิ้นงวดบัญชีรอบปี พ.ศ.2549 บริษัท B เกิดมีปัญหาค้างชำระหนี้บริษัท A เป็นจำนวน 100 ล้านบาท (ไม่รวม VAT) และบริษัท B ได้ผิดนัดชำระหนี้ล่วงเลยมาเป็นระยะเวลาเกิน 6 เดือน บริษัท A จึงได้ส่งเรื่องให้ทนายความดำเนินการทวงหนี้ตามกฎหมายแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการมาชำระแต่อย่างใด ดังนั้น ณ วันสิ้นงวดบัญชีรอบปีพ.ศ. 2549 บริษัท A จึงได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งจำนวน โดยยึดหลักมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 11 อันเป็นผลให้บัญชีการเงินของบริษัท A มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นทันที 100 ล้านบาท แต่ในทางบัญชีภาษีบริษัท A ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 ประจำปีบริษัทได้ยึดหลักมาตรา 65 ทวิ (9) และกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) อย่างเคร่งครัด กล่าวคือบริษัทได้ทำการบวกกลับหนี้สูญทั้งจำนวนอันเป็นผลให้บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน และเสียภาษีตามปกติเสมือนหนึ่งไม่มีหนี้สูญ และในส่วนของหนี้สูญของบริษัท A ยังคงต้องรอการดำเนินการตามกฎหมายให้ครบถ้วนต่อไป

ดังนั้น ณ วันสิ้นงวดบัญชีรอบปีพ.ศ. 2560 บริษัทได้ดำเนินการใช้สิทธิ์ทางบัญชีภาษีในการตัดหนี้สูญตามประมวลรัษฎากร รวม 2 ข้อคือ
1. เรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม
2. เรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคล

จากที่กล่าวมาข้างต้น รวมระยะเวลาตั้งแต่บริษัท A ขายสินค้าให้บริษัท B ได้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จนกระทั่งบริษัท A ใช้สิทธิ์ในการตัดจำหน่ายหนี้สูญทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคลในงวดบัญชีรอบปี พ.ศ. 2560 ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการให้ครบถ้วนตามประมวลรัษฎากรกำหนดรวม 11 ปี บริษัท A จะต้องเสียเวลาในการชี้แจงต่อกรมสรรพากร คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาอีก 1 ปีจึงจะแล้วเสร็จ

สรุปง่ายๆ กับการตัดหนี้สูญกับยุค 4.0

จากประสบการณ์ที่เล่ามานี้จะเห็นได้ว่า กรณีจำนวนหนี้ที่เกิน 500,000 บาท ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 186 ข้อ 4 นั้นมีกระบวนการดำเนินการที่ยาวนานในการดำเนินการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม และใช้สิทธิ์ตัดเป็นหนี้สูญทางภาษีเงินได้นิติบุคคล จะเห็นได้ว่าประมวลรัษฎากรเรื่องการตัดหนี้สูญไม่เอื้ออำนวยในการทำธุรกิจในยุคที่เป็น 4.0 ในปัจจุบันแบบนี้เลย

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในเรื่องของการตัดหนี้สูญภาค ซึ่งเราหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยเพื่อเป็นวิทยาทาน หรือตัวอย่างที่ดีต่อไปนะ

ติดต่อเรา

@accountpro line qr code

LINE ID : @accountpro

สาขารัชดา (สำนักงานใหญ่): 

129/1 อาคารรัชดาออร์คิด ซอยหัสดีเสวี ถนนสุทธิสาร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

ให้เราติดต่อกลับ

Copyright © 2020 Accountpro plus Co., Ltd. All rights reserved.