5 งบการเงินที่ SMEs ต้องรู้ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

5 งบการเงินที่ SMEs ต้องรู้ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

สำหรับใครที่คลุกคลีอยู่ในวงการธุรกิจและวงการแวดวงทางบัญชีมักจะรู้กันเป็นอย่างดีว่า การจัดการงบการเงิน ถือเป็นเรื่องของทางภาษีที่ทุกๆ บริษัทหรือเหล่าบรรดาเจ้าของธุรกิจนั้นจะต้องทำขึ้นเพื่อแสดงฐานะทางการเงินถึงผลการดำเนินการและกระแสเงินสดของกิจการโดยถูกต้องเหมาะสม โดยจะต้องทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งในการจัดทำงบการเงินเพื่อไว้ยื่นภาษีนั้นจะต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง และต้องทำยังไงนั้น เราจะบอกให้ฟัง

ในการจะทำงบการเงิน ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง


1. งบดุล (Balance Sheet)

งบดุล คือ รายงานที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงฐานะทางการเงินของธุรกิจ ณ วันใดวันหนึ่ง

2. งบกำไรขาดทุน (Income Statement)
งบกำไรขาดทุน คือ รายงานที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงผลการดำเนินการของธุรกิจในระหว่างงวดบัญชีหรือสิ้นงวดบัญชีใดบัญชีหนึ่ง

3. งบแสดงการเปลี่ยนในส่วนของเจ้าของ (Statement of Changes in Owner Equity)
คือ รายงานที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเจ้าของกิจการ

4. งบกระแสเงินสด (Cash flow Statement)
คือ รายงานที่แสดงถึงการได้มาและใช้ไปของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

5. หมายเหตุประกอบงบการเงิน (Note to financial Statement)
คือ คำอธิบาย และการวิเคราะห์รายละเอียดของจำนวนเงินที่แสดงในงบดุล

การนำเสนองบการเงิน มี 2 ประเภท

1. งบการเงินประจำปี
เป็นงบการเงินที่จัดทำขึ้น ณ วันสิ้นงวดบัญชี เพื่อแสดงฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดในรอบปีบัญชีนั้นๆ ของกิจการ

2. งบการเงินระหว่างกาล
เป็นงบการเงินที่จัดทำขึ้นระหว่างงวดบัญชีเพื่อแสดงฐานะทางเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหาร

งบดุล งบกำไรขาดทุนและงบกระแสเงินสด บอกอะไรได้บ้าง

– งบดุล ช่วยบอกนักลงทุนเกี่ยวกับฐานะการเงินของกิจการ บอกถึงการลงทุนของกิจการและแหล่งที่มาของเงินทุนได้
– งบกำไรขาดทุน ช่วยบอกนักลงทุนเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของกิจการ
– งบกระแสเงินสด ช่วยบอกนักลงทุนเกี่ยวกับสภาพคล่องของกิจการโดยแสดงเป็นแหล่งที่มาและใช้ไปของเงินสด

วิธีการจัดทำงบกำไรขาดทุน

ซึ่งการจัดทำงบการเงินเมื่อกิจการได้มีการปรับปรุงและแก้ไขข้อผิดพลาดทางบัญชีต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รูปแบบของงบการเงินมี 2 แบบคือ แบบบัญชีและแบบรายงานซึ่งถือว่าแบบรายงานเป็นที่นิยมใช้ในเชิงปฏิบัติมากที่สุดในปัจจุบันนั่นเอง

การจัดทำงบกำไรขาดทุนแบบรายงาน

1. กรอกข้อมูล
– บรรทัดแรก เขียนชื่อกิจการตรงกลางหน้ากระดาษ
– บรรทัดที่ 2 เขียนคำว่า “งบกำไรขาดทุน”
– บรรทัดที่ 3 เขียนช่วงระยะเวลาของรอบบัญชีและวันที่สิ้นงวด

2. ในงบกำไรขาดทุนเขียนรายการบัญชีประเภทรายได้ก่อน แล้วตามด้วยรายการประเภทค่าใช้จ่าย

3. คำนวณหาผลต่างระหว่างรายได้ และค่าใช้จ่าย
– ถ้ารายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย เขียนคำว่า “กำไรสุทธิ” ในบรรทัดสุดท้ายของงบ
– ถ้าค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ เกิดผล เขียนคำว่า “ขาดทุนสุทธิ” ในบรรทัดสุดท้ายของงบ

พระเอกที่ลืมไม่ได้อย่างงบกระแสเงินสด
ทั้งนี้ก็ต้องไม่ลืมงบกระแสเงินสด ที่จัดทำตามเกณฑ์เงินสด (cash basis) คือวัดที่เงินเข้าและเงินออกของบริษัทล้วนๆ เช่น ขายของเป็นเงินผ่อน 100 บาท งวดแรกได้เงินมา 10 บาท ในงบกระแสเงินสดเราจะเห็นแค่ 10 บาท ในขณะที่บนงบกำไรขาดทุน เราได้รายได้มานอนกินแล้ว 100 บาท

รายได้เงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร
1. บริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
2. สถาบันการเงินที่มีกฎหมายของประเทศไทยตั้งขึ้นฯ
3. กิจการร่วมค้า

การคิดภาษีเงินปันผล/ส่วนแบ่งกำไรสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ให้นำเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรมารวมเป็นรายได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด ซึ่งข้อยกเว้นไม่ต้องนำเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรมารวมเป็นรายได้ทั้งจำนวน ผู้รับเงินปันผลเป็นบุคคลดังต่อไปนี้
– บริษัทจดทะเบียน (Listed Co.)
– บริษัทจำกัดที่ถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิ์ออกเสียง และผู้จ่ายเงินปันผลไม่ได้ถือหุ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในผู้รับเงินปันผล

การคำนวณเงินสำรองตามประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ตรี (1)) มีข้อยกเว้นดังนี้

1. เงินสำรองจากเบี้ยประกันภัยเพื่อสมทบทุนประกันชีวิตที่กันไว้ก่อนคำนวณกำไร ไม่เกินร้อยละ 65 ของจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ได้รับในรอบระยะเวลาบัญชีหลังจากหักเบี้ยประกันภัยซึ่งเอาประกันต่อออกแล้ว
2. เงินสำรองจากเบี้ยประกันภัยเพื่อสมทบทุนประกันภัยอื่นที่กันไว้ก่อนคำนวณกำไร ไม่เกินร้อยละ 40 ของจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ได้รับในรอบระยะเวลาบัญชีหลังจากหักเบี้ยประกันภัยซึ่งเอาประกันต่อออกแล้ว
3. เงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ สำหรับหนี้จากการให้สินเชื่อที่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ ส่วนที่ตั้งเพิ่มขึ้นจากเงินสำรองประเภทดังกล่าวที่ปรากฏในงบดุลของรอบระยะเวลาบัญชีก่อน

หากมีการตั้งเงินสำรองประเภทดังกล่าวลดลง ให้นำเงินสำรองส่วนที่ตั้งลดลงซึ่งได้ถือเป็นรายจ่ายไปแล้วนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ตั้งเงินสำรองลดลงนั้น

ดังนั้น การดูเพียงงบดุลและงบกำไรขาดทุนโดยมองข้ามงบกระแสเงินสดจะทำให้เราไม่เห็นสภาพคล่องที่แท้จริงมากนัก ดังนั้น การทำงบการเงินจึงกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ทุกๆ บริษัทต้องทำไว้ เพื่อไม่ให้เสียเครดิตและความน่าเชื่อถือของบริษัทตนเองนั่นเองล่ะ

ติดต่อเรา

@accountpro line qr code

LINE ID : @accountpro

สาขารัชดา (สำนักงานใหญ่): 

129/1 อาคารรัชดาออร์คิด ซอยหัสดีเสวี ถนนสุทธิสาร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

ให้เราติดต่อกลับ

Copyright © 2020 Accountpro plus Co., Ltd. All rights reserved.