วิธีการคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ การยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ต 2564

วิธีการคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และการยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ต 2564

รู้จักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา! สิทธิที่มีคุณภาพต่อชีวิต ที่ไม่ควรชะล่าใจ!

คำว่า “ภาษี” เชื่อว่าทุกคนต่างได้ยินกันอย่างคุ้นหู คุ้นปากเป็นอย่างดี สำหรับบุคคลที่มีรายได้ทุกคน ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นการยื่นภาษีแบบประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 31 มี.ค. เพื่อแสดงรายได้สะสมในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ต้องเสียภาษีทุกคน แม้บุคคลนั้นจะมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีก็ตาม

 

ซึ่งผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่

– บุคคลธรรมดา           

– ผู้ถึงแก่ความตาย (ม.57 ทวิ)          

– กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง (ม.57 ทวิ วรรค 2)        

– ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคล                 

– คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล (ม.56 วรรค 2)   

หากอยากรู้ว่าเงินเดือนแบบเราต้องยื่นเสียภาษีเท่าไหร่ วันนี้เราจะมาบอกทุกคนกัน! 

วิธีการคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ม.48  

วิธีที่ 1  (สําหรับเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 – 8)  เงินได้พึงประเมิน – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ × อัตราภาษี = ภาษี  (ยกเว้น 150,000)  

วิธีที่ 2  (สําหรับเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 2 – 8 60,000 บาท)  ภาษี = 5 × เงินได้พึงประเมิน 1,000 (หากภาษีไม่เกิน  5,000 ได้รับยกเว้น)             

ซึ่งจะอธิบายเชิงบรรยายได้ว่า คำนวณรายได้สุทธิของตัวเองก่อนจากสูตร “เงินได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อนภาษี = เงินได้สุทธิ” โดยค่าใช้จ่ายจะเหมาจ่าย 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท เมื่อได้จำนวนเงินได้สุทธิแล้วจึงมาเทียบดูอัตราภาษีที่ต้องเสีย และแน่นอนว่า ปีนี้ยังคงใช้อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหมือนกับปี 2560 นั่นก็คือการเก็บภาษีตามขั้นบันได ตั้งแต่ 5-35% มีวิธีการคำนวณคือ “ภาษีที่ต้องจ่าย = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี” สามารถเทียบอัตราภาษีแบบเข้าใจง่ายๆ ดังต่อไปนี้

บัญชีอัตราภาษีเงินได้   

– 1-300,000 ร้อยละ 5 

– 300,001-500,000 ร้อยละ 10 

– 500,001-750,000 ร้อยละ 15 

– 750,001-1,000,000 ร้อยละ  20 

– 1,000,001-2,000,000 ร้อยละ 25 

– 2,000,001-5,000,000 ร้อยละ 30 

– 5,000,001 ร้อยละ 35

สำหรับคนมีรายได้เกิน 310,000 บาทต่อปี มีสิทธิในการลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง?

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท ลดได้ทันทีที่ยื่นแบบแสดงรายได้
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส (ต้องแสดงเอกสารทะเบียนสมรส) ลดหย่อนได้ 60,000 บาท เฉพาะกรณีคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสและไม่มีรายได้  หรือมีรายได้ แต่เลือกคำนวณภาษีพร้อมกัน
  • ค่าลดหย่อนบุตร 30,000 บาท ต่อลูก 1 คน นอกจากนี้ยังมีค่าลดหย่อนบุตรคนที่ 2 ขึ้นไป ซึ่งเกิดตั้งแต่ปี 2561 จะได้รับสิทธิลดหย่อนเพิ่มอีก 60,000 บาท ส่วนนี้ควรเตรียมเอกสารสูจิบัตร หรือใบรับรองบุตรไว้ยื่นพร้อมการยื่นภาษี
  • ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร ลดหย่อนได้ไม่เกินปีละ 60,000 บาท (สามีสามารถนำค่าใช้จ่ายนี้ไปหย่อนในรายการของตัวเองได้ ในกรณีที่ภรรยาไม่มีเงินได้)
  • ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ได้คนละ 30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 4 คน (รวมพ่อแม่ของคู่สมรส) แต่หากพี่น้องของเราใช้สิทธิไปแล้ว เราจะไม่สามารถใช้สิทธิตรงนี้ได้ ในส่วนนี้ให้เตรียมเอกสารรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
  • ค่าอุปการะคนพิการ หรือคนทุพพลภาพ ลดหย่อนได้ 60,000 บาทต่อคน หากเป็นผู้พิการต้องมีบัตรประจำตัวคนพิการ และระบุชื่อผู้มีเงินได้เป็นผู้ดูแลในบัตรประจำตัวคนพิการ ส่วนคนทุพพลภาพ จะต้องเป็นผู้ทุพลภาพมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 วัน  มีใบรับรองแพทย์ที่ออกในปีภาษีขอใช้สิทธิหักลดหย่อน  และมีหนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะ

นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่เราสามารถลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งนอกจากนี้ยังมีค่าลดหย่อนกลุ่มประกันเงินออมและการลงทุน, ค่าลดหย่อนอสังหาริมทรัพย์, ค่าลดหย่อนกลุ่มเงินบริจาค และค่าลดหย่อนตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ที่รอให้เราลดหย่อนอยู่ เพราะฉะนั้น นี่คือ 1 ภารกิจในชีวิตที่ห้ามลืมเด็ดขาด!! เพราะจะทำให้เราไม่สามารถใช้สิทธิต่างๆ ในประเทศได้!

ยื่นภาษีอย่างไร ต้องยื่นที่ไหน และยื่นเมื่อไรได้บ้าง?

สำหรับใครที่มีรายได้จากเงินเดือนและโบนัส โดยไม่มีรายได้ประเภทอื่น ให้เตรียมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) พร้อมเอกสารประกอบการลดหย่อนภาษี เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้วให้รีบยื่นแสดงภาษีให้เร็วที่สุด ซึ่งปีนี้จะเปิดให้ยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 63 – 31 มี.ค. 63 โดยยื่นได้หลายช่องทาง ได้แก่

  • ยื่นแบบแสดงภาษีด้วยตัวเองที่กรมสรรพากร
  • ยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/ ซึ่งจะสามารถยื่นได้ถึงวันที่ 8 เม.ย. 63
  • ยื่นผ่านแอปพลิเคชัน RD Smart Tax แต่ต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรก่อน

เห็นไหมล่ะคะ นี่คือวิธียื่นภาษีที่สะดวก สบายมากขึ้น ทั้งยังสามารถทำผ่านอินเทอร์เน็ตจากที่บ้านได้ เพื่อให้เราได้รักษาสิทธิที่เราควรได้ และเราหวังว่าหากคุณอ่านมาถึงจุดนี้ แสดงว่าคุณเริ่มมีความเข้าใจในเรื่องของภาษี รวมถึงการคำนวณ และการลดหย่อนภาษีต่างๆ มากขึ้น ซึ่งเราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนและใช้สิทธิในประเทศได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด! 

เครดิต: http://www.rd.go.th/publish/seminar/seminar_190205.pdf

ติดต่อเรา

@accountpro line qr code

LINE ID : @accountpro

สาขารัชดา (สำนักงานใหญ่): 

129/1 อาคารรัชดาออร์คิด ซอยหัสดีเสวี ถนนสุทธิสาร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

ให้เราติดต่อกลับ

Copyright © 2020 Accountpro plus Co., Ltd. All rights reserved.